Come closer # 16
posted on 26 Jun 2008 00:44 by kokuro in Novelในค่ำคืนกลางฤดูร้อนของเดือนสิงหาคม อากาศในเมืองหลวงร้อนอบอ้าวไม่มีสายลมพัดมาแม้แต่นิด ท้องฟ้าเบื้องบนกระจ่างใสจนมองเห็นจันทร์เสี้ยวได้รำไร ร่างเพรียวเดินแหวกฝูงชนที่เดินสวนกันไปมาอยู่บนถนนมุ่งหน้าไปสู่ย่านสถานเริงรมย์ ยังเพิ่งจะหัวค่ำสำหรับที่นี่ผู้คนจึงยังไม่มากนัก หากแทบทุกสายตาก็จับจ้องมาที่ร่างนั้น ผมสีแดงเป็นประกายสะท้อนแสงไฟนีออน เสื้อตาข่ายที่เผยให้เห็นผิวกายขาวนวลและกางเกงยีนส์สีซีดที่ถูกกรีดขาดเป็นช่องช่างดึงดูดสายตา ชายหนุ่มดูเข้ากับสถานที่จนทำให้รู้ได้ไม่ยากว่า...หากไม่มาซื้อ...ก็มาขาย...หากท่าทีและสีหน้าที่ดูหงุดหงิดทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ร่างเพรียวพาตัวเองไปจนถึงอาคารแห่งหนึ่ง ชั้นล่างสุดตกแต่งอย่างคลับชั้นสูงดูหรูหรา เขาผลักประตูเปิดเข้าไปข้างใน
“อ๊ะ คิริฮาระซัง” เด็กหนุ่มรูปงานที่แต่งตัวด้วยชุดสูทที่ดูดีหันมาทักเมื่อเห็นเขา
ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ ทุกคนที่นี่เป็นโฮสต์ในสังกัดของลูนาติก ลัสท์ ทำงานที่คลับแห่งนี้ซึ่งเป็นคลับเฉพาะสำหรับสมาชิกเท่านั้น เป็นคนละส่วนกับสังกัดนายแบบของเขาและเป็นคนละส่วนกับคลับ SM ใต้ดินซึ่งคนที่เขามาพบทำงานอยู่
“เห็นวายะซังเข้ามาหรือยัง?”
“วายะซังเหรอครับ มาได้สักพักแล้วละครับ” โฮสต์หนุ่มตอบ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกันแต่คนของคลับใต้ดินที่มาทำงานจะต้องเดินผ่านโซนนี้เข้าไปก่อน เมื่อเห็นหน้ากันบ่อย ๆ ก็ต้องรู้จักมักคุ้นกันเป็นธรรมดา
“ขอบใจนะ” คิริฮาระยิ้มแล้วจูบเบา ๆ ที่แก้มของเด็กหนุ่มเป็นรางวัลก่อนจะเดินลงบันไดที่ด้านในสุดลงไปยังชั้นใต้ดิน
“โห ได้จูบจากคิริฮาระซังด้วย นายนี่น่าอิจฉาจัง” โฮสต์หนุ่มคนอื่น ๆ รีบเข้ามาห้อมล้อมผู้โชคดีเมื่อครู่
“ดีจังน้า ฉันก็อยากให้คิริฮาระซังจูบบ้างนี่” แม้จะไม่ได้มาที่คลับนี้บ่อยนัก แต่ชื่อของคิริฮาระผู้เป็นนายแบบระดับท็อป 5 ของลูนาติก ลัสท์ก็เป็นที่น่าหลงใหลของคนที่นี่เสมอ
“ว่าแต่ มาหาวายะซังทำไมนะ?” เป้าหมายเปลี่ยนไปที่โฮสต์อันดับหนึ่งของคลับ SM ใต้ดิน
“เขาเป็นกิ๊กกันไม่ใช่เหรอ?”
“กับวายะซังเนี่ยนะ ไม่ใช่กับซาคากิซังหรอกเหรอ?”
“คนอย่างคิริฮาระซังจะมีแฟนสักกี่คนก็ไม่แปลกนี่นา”
“ก็จริง ที่จริงฉันก็อยากดูโชว์พิเศษของวายะซังกับคิริฮาระซังที่เขาร่ำลือกันเหมือนกันนะ แต่คลับข้างล่างมันน่ากลัวนี่นา”
“นั่นสิ พวก SM นี่น่ากลัวนะ แต่ก็มีเสน่ห์แปลก ๆ ...เอาละ เราเตรียมตัวเปิดร้านกันเถอะ”
คิริฮาระไม่รู้เรื่องการสนทนาที่เกิดขึ้นข้างบนนั่น เขาผลักประตูหนาหนักของคลับใต้ดินให้เปิดออก เสียงเพลงเบา ๆ แทรกผ่านออกมา ในคลับนั้นติดไฟสลัว มีชุดโซฟากระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ พร้อมกับม่านล้อมเพื่อความเป็นส่วนตัว ตรงกลางเป็นเวทีขนาดใหญ่สำหรับการแสดงโชว์ทางเพศที่รุนแรงเพื่อสนองความใคร่ของลูกค้า และลูกค้าที่นี่ยังสามารถซื้อตัวโฮสต์ไปรับรองที่ห้องพิเศษที่ชั้นบนซึ่งจัดไว้สำหรับกิจกรรมทางเพศแบบ SM โดยเฉพาะได้...หรืออาจจะเรียกได้ว่าที่นี่เป็นแหล่งขายบริการทางเพศและการแสดงโชว์ผิดกฎหมายนั่นเอง
“ลมอะไรหอบมาถึงนี่ล่ะ คิริฮาระ” คนแรกที่พบเขาทักขึ้น โฮสต์ที่นี่ไม่ได้สุภาพอ่อนน้อมเหมือนพวกหนุ่ม ๆ ข้างบน “หรือจะมีโชว์พิเศษ?”
“เปล่า ฉันมาหาวายะ” คิริฮาระตอบเรียบ ๆ
“วายะอีกแล้วเหรอ เป็นฉันบ้างไม่ได้หรือไง?”
ดวงตาคมเป็นประกายวาบตวัดมองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้านายสามารถแสดงโชว์พร้อมกับฝ่ายรับรอบ 3 คนและทำทุกคนถึงสวรรค์ได้หมด ค่อยมาพูดเรื่องนี้กับฉัน”
อีกฝ่ายยักไหล่ “ก็แค่แหย่เล่น นี่ติดสัดมาอีกแล้วละสิ”
“วายะอยู่ไหน?”
“โต๊ะเบอร์ 8 โน่นแน่ะ” ว่าพลางก็บุ้ยหน้าไปทางโต๊ะที่บอก
“ขอบใจ” ร่างเพรียวยิ้มบาง ๆ ให้แล้วก้าวยาว ๆ ไปยังโต๊ะนั้น
ชายหนุ่มเจ้าของผมสีทองยาวประบ่ากำลังนั่งพิงโซฟาหนังสีเลือดหมูพลางสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์ ดวงตาสีดำมองเหม่อขึ้นไปยังโคมไฟที่ให้แสงสลัวอย่างไม่มีความหมาย เขาแค่มาสูบบุหรี่ฆ่าเวลารอคลับเปิดให้ลูกค้าที่จองโต๊ะไว้เข้ามาพลางคิดไปว่าคืนนี้จะมีแขกคนไหนเรียกเขาไปให้บริการพิเศษหรือเปล่า จะเป็นบริการที่โต๊ะหรือเรียกเข้าห้องพิเศษก็ดีทั้งนั้น เพราะนั่นหมายถึงเงินที่จะได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
งานนี้ทำเงินได้มากก็จริง แต่บางทีก็น่าเบื่อสำหรับเขา เขาเป็น S แต่การจะต้องแสดงความเป็น S ทุกวี่ทุกวันมันก็น่าเบื่อ เขาก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้ไม่ยากนักด้วยบุคลิกและลักษณะนิสัยส่วนตัว ทำให้ในตอนนี้แม้จะไม่ต้องใส่ชุดหนังน่าอึดอัดหรือเหน็บแส้และกุญแจมืออย่างที่พวกโฮสต์ S นิยมกันก็มีคนเรียกใช้เขามากมาย ลูกค้าของเขามีทั้งชายและหญิง...คนพวกนี้เงินหนัก แต่ส่วนมากก็หน้าเดิม ๆ พวกหน้าใหม่ไม่กล้าเรียกใช้เขาเท่าไร นั่นทำให้งานนี้เริ่มน่าเบื่อ...ยิ่งเรื่องโชว์พิเศษบนเวทีอะไรนั่นยิ่งน่าเบื่อเข้าไปใหญ่ พวกเด็กที่ขึ้นโชว์ด้วยกันก็เป็นเด็กสาย M ที่เห็นหน้ากันจนรู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
...ไม่สิ...มีอยู่แค่คนเดียวที่ทำให้เขาตื่นเต้นได้เสมอ เพียงแต่เจ้าหมอนั่นไม่ได้เป็นโฮสต์...
“วายะ...” เสียงหนึ่งปลุกชายหนุ่มขึ้นจากห้วงความคิดพร้อมกับมือเรียวที่แหวกเปิดผ้าม่านเข้ามา
วายะผงกหัวขึ้นมาดูผู้มาเยือนนิดหนึ่งแล้วยิ้ม “คิดถึงไก่...ไก่ก็มาพอดี”
“ว่าใครเป็นไก่ เจ้าบ้า” ร่างเพรียวเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหา
“นายไง คิริยู” ร่างสูงสูบควันบุหรี่ลึกเข้าปอดแล้วชะโงกไปขยี้ก้นบุหี่กับจานรอง
หากยังไม่ทันได้พ่นควันออกมา มือเรียวก็ช้อนใบหน้าของเขาขึ้นแล้วประกบริมฝีปากสูบเอาควันนั้นจากปากของเขา วายะชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะซ่อนยิ้มกับตัวเอง มือแกร่งโอบรอบสะโพกกลมดึงเข้าหาตัว นายแบบหนุ่มยกขายาวเรียวก้าวข้ามร่างสูงแล้วขึ้นคร่อมตัก ลิ้นอุ่นร้อนสอดผ่านริมฝีปากนุ่มเข้าไปกวัดเกี่ยวกับเรียวลิ้นของอีกฝ่าย ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี หลังจากแลกสัมผัสกันไม่นานนัก ริมฝีปากบางก็ถอนออก
“มาถึงก็กิน หิวจัดหรือไง?” วายะถามเบา ๆ
“หิว...มากด้วย” คิริฮาระทิ้งสะโพกลงกับหน้าขาของชายหนุ่มแล้วบดเบียดเบา ๆ
“มีกระต่ายไว้กินเองแล้วยังจะหิวอะไรอีก”
“วายะ ฉัน...ไม่อิ่ม” เสียงกระซิบแหบเหือด เคล้าคลอริมฝีปากอยู่ไม่ห่าง
วายะจูบริมฝีปากนั้นเบา ๆ ...เขาเข้าใจดี คิริฮาระเป็นทั้งซาดิสม์และมาโซคิสต์ในตัว การมีเซ็กส์แบบปกติย่อมไม่ทำให้อิ่มเอมได้ แม้ร่างกายจะบรรลุถึงจุดสุดยอดแต่จิตใจกลับว่างเปล่า ถ้าไม่อาจเติมเต็มช่องว่างนั้นได้ มันจก็จะขยายกว้างขึ้นทุกที และในที่สุด...ก็จะหิวกระหาย
ตลอดหลายปีที่รู้จักกัน คิริฮาระใช้เขาเป็นสิ่งเติมเต็มห้วงอารมณ์ลี้ลับนับครั้งไม่ถ้วน งานนายแบบไม่ใช่ว่าจะได้แขกที่ถึงใจเสมอไป และยิ่งคิริฮาระเป็นคนที่จุดติดง่ายแถมยังควบคุมความต้องการของตัวเองได้ยาก ช่องว่างในหัวใจก็ยิ่งกว้างไปด้วย พวกเขาห่างกันไปพักหนึ่ง แต่ระยะหลังมานี่คิริฮาระเริ่มมาหาเขาบ่อยขึ้นอีกแล้ว คงอดทนจนทนไม่ไหวแล้วกระมัง
“กอดฉันซะ วายะ” น้ำเสียงลงหนักเหมือนจะสั่ง
“พูดผิดหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าอยากให้กอดหรอกเรอะ?” มือใหญ่ขยุ้มสะโพกที่ประคองไว้เบา ๆ
“กอดฉันเดี๋ยวนี้” นายแบบหนุ่มกระชากเสียงห้วน
“งั้นก็พูดสิว่า กรุณากอดฉันหน่อย”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ ฉันบอกให้กอดก็กอดเซ่!” คิริฮาระแหวเข้าให้
“ถ้าอยากให้ฉันกอดก็พูดดี ๆ คิริยู” เสียงของวายะเข้มเหมือนจะดุหากยังมีรอยยิ้มพรายบนใบหน้า
นายแบบหนุ่มผลักอกร่างสูงจนหลังกระแทกโซฟา ก้าวลงจากตักทันที
“อย่าคิดว่าฉันจะง้อนายนะ คนอื่นมีอีกถม ถ้ามันยังไม่ถึงใจฉันจะเอาสักกี่คนก็ได้” คิริฮาระตะโกนใส่หน้าอย่างถือดี
แต่พอหมุนร่างจะเดินจากไป ก็ถูกคว้าข้อมือไว้แล้วดึงอย่างรุนแรงจนล้มลงกับโซฟา
“โอ๊ย! ทำบ้าอะไรวะ ไอ้...”
หางเสียงขาดหายไปเมื่อนิ้วยาวหยาบกร้านสอดพรวดเข้ามาในปาก มันทะลวงลึกจนสำลัก คิริฮาระดิ้นขลุกขลักหากพละกำลังที่เหนือกว่ากดร่างของเขาตรึงไว้แน่น นิ้วถูกถอนออก นายแบบหนุ่มพยายามจะลุกหนีหากนิ้วที่เปียกชุ่มนั้นก็ตะปบเข้าที่ยอดอกด้านขวา เกี่ยวดึงห่วงเงินที่เจาะร้ายเอาไว้จนอกบางกระตุกแอ่น พออ้าปากจะร้องริมฝีปากอุ่นร้อนก็ฉกวูบลงมาประกบปิดแนบแน่นจนได้แต่ส่งเสียงอึกอักอยูในลำคอ ปลายนิ้วหยาบบดขยี้สลับกับดึงห่วงเงินที่ยอดอกซ้ำแล้วซ้ำอีกราวกับจะทึ้งเจ้าป้านสีเข้มให้หลุดติดมือออกมา จุมพิตนั้นจาบจ้วงราวกับจะแย่งชิงเอาทุกอย่างของคิริฮาระมาเป็นของตร
แล้วริมฝีปากนั้นก็ถอนออกเมื่อร่างเพรียวกระตุกสั่นเหมือนจะขาดอากาศหายใจ วายะแลบลิ้นเลียริมฝีปากาวกับเพิ่งได้ลิ้มลองอาหารรสโอชา ทอดสายตามองคิริฮาระที่นอนหอบหายใจใบหน้าแดงก่ำอยู่ใต้ร่างของตนอย่างพึงพอใจ
“ไง จะยอมพูดเพราะ ๆ หรือยัง?”
“ไม่!” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายวาววับ
วายะพ่นลมหายใจออกจมูกเหมือนจะหัวเรา “ดื้อยังกับ...”
“ยังกับอะไร พูดดีให้นะ”
“นั่นสิ ยังกับอะไรดีนะ” ร่างสูงช้อนร่างของคิริฮาระขึ้นมานั่งซ้อนตักอีกครั้ง ใช้ริมฝีปากซุกไซ้ไปยังแผ่นอกขาว ตวัดเรียวลิ้นผ่านร่องของเสื้อตาข่ายเข้าไปหยอกล้อกับยอดอกสีเข้ม ขบเม้มดูดดุนจนมันแข็งขึง
“อือ...วายะ...” มือเรียวขยุ้มเรือนผมสีทองกดเข้าหาตัวเป็นการบอกให้อีกฝ่ายปรนเปรอให้มากขึ้น แอ่นอกขึ้นรับสัมผัสร้อนชื้นนั้นอย่างกระหายอยาก
คิริฮาระกำลังเพลิดเพลินกับการกระทำของวายะเมื่อมีเสียงเรียกจากข้างนอก
“ลูกค้ามาแล้วนะ ชุน”
“เออ รู้แล้ว” โฮสต์หนุ่มตอบรับพร้อมกับผละริมฝีปากออก บอกกับคิริฮาระเบา ๆ “ต้องทำงานแล้ว คิริยู”
“ไม่เอา!” คิริฮาระโอบรอบคอวายะแน่น “กอดฉันก่อน”
“กว่าจะจบเกมกับนายก็หมดไปครึ่งคืนพอดี เอาไว้หลังเลิกงานแล้วกัน”
“ไม่เอา กอดฉัน! บอกให้กอดก็กอดเซ่!” คิริฮาระไม่ยอมปล่อย
“ดื้อจริงวุ้ย” วายะส่ายหน้าอย่างระอา “ดีละ อยากนักใช่มั้ย...โทคิโตะ!”
“อะไร?” มีเสียงตอบมาจากนอกผ้าม่าน
“ยกเลิกโชว์ของวันนี้แล้วขึ้นป้ายหน้าร้านเลยว่าคืนนี้ฉันจะโชว์พิเศษ”
“นายจะโชว์กับ...?” แม้จะไม่แน่ใจ แต่คนที่อยู่กับวายะตอนนี้ก็คือนายแบบผู้โด่งดัง
“เออ มันอยากนัก จะสนองตัณหามันหน่อย”
“ไม่โชว์นะ!!” คิริฮาระแผดเสียงใส่
“ไม่โชว์ก็ไม่ต้องทำ” วายะดุด้วยเสียงดังเท่า ๆ กัน
“ไม่เอา จะทำ!” นายแบบหนุ่มโวยวายอย่างคนเอาแต่ใจ
“ถ้าจะทำก็ขึ้นโชว์! อย่ามาเรื่องมาก ฉันไม่ใจดีอย่างท่านประธานหรอกนะ” มือใหญ่จับรวบข้อมือทั้งสองของคิริฮาระไว้แน่น
“ก็ทำในห้องพิเศษเซ่ ฉันซื้อเวลานายเองก็ได้” คิริฮาระยังไม่ยอมแพ้
“แต่ฉันอยากโชว์” วายะบอกพร้อมกับยิ้มชั่วร้าย “ให้ทุกคนรู้ไปเลยว่าแกเป็นทาสของฉัน”
สรรพนามที่ใช้เรียกเปลี่ยนไปอันแสดงถึงฐานะที่ถูกกดลง ทำให้คิริฮาระฉุนขาด
“ฉันไม่ใช่ทาสของแกนะ ไม่เคยเป็นด้วย!!” ใช่...ระหว่างเขาสองคนต่างไม่เคยมีใครยอมเป็นทาสใคร
“งั้นก็เป็นซะ! คืนนี้เลย” ร่างสูงรวบตัวนายแบบหนุ่มลากไปที่ห้องแต่งตัว “พอดีเลย ฉันเพิ่งซื้อห่วงเงินอันใหม่สำหรับแกมา จะได้เปลี่ยนให้ ทั้งที่นมแล้วก็ตรงนั้นด้วย รับรองถูกใจแกแน่”
มิไยที่คิริฮาระจะดิ้นรนไปตลอดทาง แต่ด้วยพละกำลังที่แตกต่างทำให้วายะลากตัวไปได้อย่างง่ายดาย
มือเรียวที่ถูกกดตรึงไว้กับที่นอนกำเกร็งแน่น ฟันเรียบขบกัดริมฝีปากางของตัวเองจนแทบห้อเลือด ดวงตาคมบัดนี้ปิดแน่นและชุ่มด้วยหยาดน้ำ คิ้วเรียวขมวดมุ่น ทั้งร่างเครียดเกร็งด้วยพยายามรับเอาร่างอันแข็งขึงใหญ่โตเข้ามาภายใน แล้วยอดอกสีสวยก็ถูกขบงับเบา ๆ จนต้องผวาแอ่น
“อ๊ะ! อือ...” เสียงหวานครางแผ่ว
“เจ็บมากเหรอ คิริยู ยังเข้าไปไม่สุดเลยนะ” วายะกระซิบถามมาจากบริเวณอกที่ครอบครองอยู่
“อือ...ใส่เข้ามา...เร็ว ๆ “ เสียงร้องขอขาดห้วง
“ถ้าใส่เร็ว ๆ นายก็เจ็บแป๊บเดียวสิ ค่อย ๆ ทำแบบนี้ดีกว่านะ ทรมานดีไม่ใช่เหรอ” เสียงห้าวปนหอบกระเส่าถามมาอย่างยั่วเย้า
“เจ็บ...ของนายมัน...อึ๊!” ร่างเพรียวกระตุกเกร็งอีกครั้งเมื่อวายะแกล้งกดร่างเข้าไปหนัก ๆ
“ยังจะเจ็บอีกเหรอ เคยรับเข้าไปตั้งกี่ครั้งแล้ว” แม้ร่างของคิริฮาระจะโอบรัดเขาแน่น แต่ด้วยความช่ำชองในเชิงกามทำให้เขายังสามารถอดกลั้นต่อไปได้อีก
“ก็ทุกทีมันไม่ได้ถูกเช็ดจนแห้งนี่โว้ย! โอ๊ย!!” คิริฮาระโวยแล้วก็ร้องลั่นเมื่อร่างสูงกระแทกเข้ามาอีก
“อ้อ จริงด้วยสิ ฉันลืมไป” วายะยิ้มที่มุมปาก ถูกละ...เมื่อครู่เขาเพิ่งเป็นคนทำความสะอาดร่างของคิริฮาระหลังจากเสร็จโชว์บนเวที
เมื่อหัวค่ำ เขาลากคิริรฮาระเข้าไปในห้องแต่งตัว หลังจากวิวาทกันไปยกหนึ่งเขาก็สามารถจับคิริฮาระใส่ชุดหนังสำหรับฝ่ายรับได้สำเร็จ หากคิริฮาระยังอาละวาดจนในที่สุดก็ต้องจับใส่กุญแจมือล็อกไว้กับโต๊ะ...ปกติเขาไม่ชอบใช้พวกเครื่องพันธนาการนักหรอก แต่สำหรับคิริฮาระมันก็อีกเรื่อง...ถ้าไม่ระวังให้ดี ๆ มีหวังโดนแว้งกัดเป็นแน่
“เอาละ ทีนี้ก็ถึงเวลาให้ของขวัญ” วายะบอกกับคิริฮาระที่ถูกล่ามไว้ด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ของขวัญบ้าอะไร!? ปล่อยฉันนะ” คิริฮาระตะโกนใส่หน้า
“ไม่ปล่อย แกบอกเองนะว่าจะให้ฉันกอด เพราะงั้นฉันจะกอดตามวิธีของฉัน” ชายหนุ่มว่าพลางหันไปค้นอะไรขยุกขยิกในล็อกเกอร์ของตน
“ไม่ใช่บนเวที! ไม่เอาแล้ว ปล่อย ฉันจะไปหาคนอื่น!”
“ไม่เอา เพราะตอนนี้ฉันอยากกอดแกแล้วละ” วายะหันกลับมาพร้อมกับถุงผ้าเล็ก ๆ ในมือ “เอ้า อยู่นิ่ง ๆ ฉันจะเปลี่ยนห่วงที่หัวนมกับไอ้นั่นให้”
“ไม่อยากได้โว้ย!”
“หุบปาก!!” วายะตวาดกร้าว คิริฮาระเงียบเสียงลงทันที “อย่ายั่วโมโหฉันก่อนเวลาอันควร แกก็รู้ดีว่าถ้าไม่ใช่บนเตียงฉันไม่ชอบให้ใครมาดื้อกับฉัน”
ดุแล้วก็ถอดห่วงเงินเรียบ ๆ ที่ยอดอกข้างขวาของคิริฮาระออกโดยจงใจดึงแรง ๆ ให้เจ็บแปลบ ชายหนุ่มหยิบเครื่องประดับชิ้นหนึ่งออกมาจากถึงผ้า มันเป็นห่วงเงินที่ร้อยด้วยสร้อยเงินเส้นบางตรงปลายห้อยแก้วผลึกใสเม็ดเล็ก ๆ ไว้เป็นตุ้มถ่วง เขาค่อย ๆ เกี่ยวมันเข้าไปในรูเดิมที่เจาะเอาไว้ แม้แก้วเม็ดนั้นจะมีขนาดเล็กแต่ก็ถ่วงดึงยอดอกให้เสียงปลาบจนคิริฮาระเผลอครางออกมา
“ชอบมั้ย? ฉันซื้อมาเพราะเห็นมันสวยดี กะจะให้ทาสสักคนที่ถูกใจ แกก็มาพอดี”
“ก็บอกว่าไม่ใช่ทาสไงเล่า! แล้วไอ้นี่น่ะ...ของเผื่อเลือกนี่หว่า ไม่อยากได้โว้ย” คิริฮาระยังไม่วายโวยวาย
“ของแกนั่นแหละ รับไปซะ” วายะบอกเรียบ ๆ แล้วปดกางเกงหนังของอีกฝ่าย “ทีนี้ก็ตรงนี้...อ้าว ยังไม่ตื่นตัวอีกเรอะ?”
“หมดอารมณ์แล้ว ปล่อยซะที”
“ช่วยไม่ได้แฮะ กำหนดจะโชว์ไปแล้ว วันนี้แขกจองโต๊ะเต็มซะด้วยสิ” วายะเหลือบมองนาฬิกา “ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมง...เหลือเฟือ เอางี้แล้วกัน”
คิริฮาระเบิกตากว้างเมื่อเห็นวายะหยิบไวเบรเตอร์รูปรีขนาดใหญ่กว่าหัวนิ้วโป้งนิดหน่อยออกมาจากในลิ้นชัก พร้อมกับฉวยหลอดเจลหล่อลื่นติดมือมาด้วย
“มะ...ไม่เอานะ วายะ! อย่านะ!”
“ขี้โวยวายจริง หนวกหูน่า” วายะคว้าผ้าขนหนูแถวนั้นยัดปากเจ้าเด็กขี้โวยวายแล้วจับขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่า แม้จะพยายามเตะถีบอย่างไร แต่ในท่วงท่านี้ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ “เล่นกับไว้นี่ไปจนกว่าจะถึงเวลาโชว์แล้วกัน รับรองว่าแกตั้งแน่”
คิริฮาระหลับตาแน่น แค้นทั้งแต้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาถูกวายะบังคับฝังไวเบรเตอร์ไว้ในร่างนานนับชั่วโมง แล้วก็โดนลากขึ้นเวทีโชว์โดยถูกล็อคข้อมือข้างหนึ่งไว้กับเสากลางเวทีด้วยกุญแจมือ เพียงแค่เห็นคิริฮาระ แขกทุกโต๊ะในร้านก็ส่งเสียงฮือฮา...ทุกคนรู้จักเขาดี
“มาดูซิว่า คืนนี้ฉันจะทำให้เจ้าแมวดื้อนี่เป็นทาสได้มั้ย” วายะประกาศกับผู้ชมพลางสะบัดแส้หางม้าในมือ
“ไม่โว้ย!!” คิริฮาระใช้มือข้างที่ยังเป็นอิสระอยู่พยายามแย่งชิงแส้ในมือวายะ
“ฉันยังไม่ได้พูดกับแก!” วายะสะบัดแส้ปัดมือนั้น แม้จะไม่รุนแรงนักแต่ก็เล่นเอาชาดิก
คิริฮาระจ้องหน้าวายะด้วยดวงตาวาววับ...เขาชักจะของขึ้นขึ้นมาจริง ๆ แล้ว นายแบบหนุ่มสะบัดฝ่ามือตบสวนเล่นเอาอีกฝ่ายหน้าหัน วายะหันมามองหากมีรอยยิ้มที่มุมปาก...มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะสมกับที่เขาสอนมากับมือ
“สายตาใช้ได้นี่ คิริยู” ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาหา “ยังไงก็ไม่ยอมจริง ๆ สินะ”
“ไม่” เรียวปากบางยกยิ้ม...เขาชักสนุกขึ้นมาบ้างแล้ว
“งั้นก็ต้องใช้กำลังกันหน่อยแล้ว” ขาดคำก็ฟาดแส้ใส่ต้นขาเปลือยเปล่าจนขึ้นรอยแดงทันตาเห็น
“โอ๊ย! ไอ้...” คิริฮาระเหวี่ยงขาขึ้นหมายจะเตะหากถูกคว้าไว้ได้และถูกยึดตรึงไว้
“ท่านี้สวย...อยากเห็นชัด ๆ มั้ย?” ประโยคสุดท้ายถามแขกในร้าน แล้วก็ได้รับการตอบรับเป็นเสียงเชียร์ดังลั่น “ดี...เจ้าพวกบ้ากาม ดูไว้ซะให้เต็มตา”
วายะขยุ้มไปที่ผ้าหนังที่ติดกระดุมประกบด้านหน้าของกางเกงที่คิริฮาระสวมอยู่ กระชากดึงจนหลุดติดมือออกมา ร่างที่ถูกกระตุ้นจนแข็งขึงของคิริฮาระปรากฏแก่สายตาทุกคน มีเสียงฮือฮาและเป่าปากอย่างหื่นกระหายดังขึ้นรอบเวที
“ปล่อย! ปล่อยนะ วายะ!” คิริฮาระกระหน่ำทุบตีหากร่างสูงเหมือนจะไม่สะเทือน
“ฤทธิ์มากนัก โชว์มันทั้งหน้าทั้งหลังเลยละกัน” ชายหนุ่มกระชากผ้าที่ปิดด้านหลังออกด้วย
พื้นรูปวงกลมบนเวทีหมุนไปรอบ ๆ ให้ผู้ชมได้เห็นทุกมุมของการแสดง ก้อนเนื้อหนั่นแน่นต้องแสงไฟขาวโพลนทำเอาหลายคนใจเต้น วายะกระหน่ำฟาดแส้ลงไปบนสะโพกกลมหลายครั้งจนเป็นรอยแดงพาดซ้อนกันไปมา คิริฮาระร้องแค่ครั้งแรก ๆ แล้วก็กัดฟันทนด้วยทิฐิ...ลักษณะเช่นนี้เองที่ทำให้ใครต่อใครปรารถนาที่จะสยบเขาลงแทบเท้า หากยังไม่มีใครทำสำเร็จ
เมื่อวายะฟาดแส้ลงครั้งสุดท้าย รีโมทไวเบรเตอร์ที่เขาเหน็บไว้ตรงเอวกางเกงของนายแบบหนุ่มก็หล่นลงมา
“โอ๊ะ! เจ้าเด็กดื้อนี่แอบเล่นของเล่นด้วยแฮะ เอาไงดี พวก?” วายะแสร้งทำราวกับว่าตนไม่ใช่คนทำเอาไว้
“เอาออก! เอาออกเลย!” เสียงเชียร์กึกก้อง
“เอาออกนะ...ได้” วายะยิ้มแล้วใช้นิ้วพันสายไฟที่ต่อกับเจ้าลูกพลาสติกดิ้นได้ในร่างของคิริฮาระ ก่อนจะกระชากดึงออกในพรวดเดียว
“อ๊า!!” คิริฮาระหวีดร้องออกมาเมื่อสิ่งที่ให้ความสุขเป็นเวลานานโดนช่วงชิงไป
วายะชูไวเบรเตอร์โชว์ให้ดูรอบ ๆ เวที เจ้าของเล่นสั่นได้สีแดงอาบชุ่มด้วยเจลหล่อลื่นและเยื่อเมือกของนายแบบหนุ่ม หยาดย้อยลงเป็นสาย อาการกระตุกร่างสั่นระริกของคิริฮาระเรียกเสียงเฮฮาจากด้านล่างเวทีได้เป็นอย่างดี
การเฆี่ยนตีและการทรมานยังดำเนินต่ออีกยาวนาน คิริฮาระสู้ยิบตาหากทำอะไรได้ไม่ถนัดจนเสียท่าให้วายะทุกที จนในที่สุดร่างสูงก็เข้าประกบทางด้านหลังของคิริฮาระ จับก้อนเนื้อนุ่มตรงบั้นท้ายแหวกออกแล้วปล่อยให้ดิลโด้อันเขื่องที่ยัดเอาไว้เมื่อครู่หลุดออกมา คิริฮาระสะท้านกายเยือก รู้สึกได้ถึงอากาศเย็นที่ไหลผ่านเข้ามาในช่องทางที่ถูกเปิดไว้เป็นโพรงกว้าง หากในพริบตานั้นก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อแก่นกายอันใหญ่โตของวายะแทรกเข้ามา
“อ๊า!! อือ...”
ปลายยอดแดงก่ำของส่วนกลายกายหลั่งหยาดน้ำเหนียวใสออกมาจนหยดลงพื้น วายะฝังกายเข้ามาจนสุดความยาวแล้วกดสะโพกของคิริฮาระตรึงไว้แบบนั้น ร่างเพรียวจำต้องแยกขาออกแล้วเขย่งปลายเท้ายกสะโพกขึ้นเพื่อจะได้รับร่างนั้นได้ถนัด มือหยาบใหญ่ของวายะเลื้อนมากอบกุมแก่นกายของคิริฮาระไว้แล้วถอดห่วงเงินที่เจาะร้อยกับหนังหุ้มปลายองคชาตออกก่อนจะเอาห่วงอันใหม่มาร้อยให้...นั่นคือทั้งหมดบนเวทีที่คิริฮาระจำได้...หากมันยังไม่พอ...
วายะชำระล้างร่างกายของนายแบบหนุ่มแล้วพาขึ้นมายังห้องรับรองพิเศษ การทรมานที่แสนหฤหรรณ์เริ่มขึ้นอีกรอบ และคราวนี้เขายอมให้อีกฝ่ายสร้างความเจ็บปวดให้เขา จนกระทั่งมันมาจบลงบนเตียง
โฮสต์หนุ่มดันร่างเข้าไปจนสุดความยาวในที่สุด รู้สึกได้ว่าช่องทางแห้งผากค่อย ๆ ชุ่มชื้นขึ้นทีละน้อย คิริฮาระถอนใจเยือก สิ่งนั้นอัดแน่นอยู่ในท้องน้อยจนจุกขึ้นมาถึงลิ้นปี่ หากมันก็ให้ความรู้สึกอิ่มเอมและเสียวซ่านจนเกินบรรยาย...มีข่าวลือว่าวายะเป็นลูกครึ่ง ความเป็นชายจึงมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานชายญี่ปุ่นทั่วไป...คิริฮาระไม่สนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้น เขาไม่สนใจรูปร่างหรือขนาดของวายะ หากวิธีการต่างหากที่ทำให้เขาได้สำลักความสุขทุกครั้ง
“อร่อยมั้ย?” คำถามปนหอบดังขึ้นเบา ๆ คนถามกำลังใช้ความอดทนอย่างสูงที่จะไม่ปล่อยอารมณ์ให้โถมเข้าใส่คิริฮาระจนสวรรค์ล่มก่อนเวลาอันควร
แทนคำตอบ นายแบบหนุ่มยกขาขึ้นเกี่ยวรอบเอวร่างสูง แลบลิ้นแตะเลียริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างเชิญชวน วายะหัวเราะเบา ๆ กับอาการนั้น...ไม่มีเสียหละที่คิริฮาระจะบอกว่าพึงพอใจในตัวเขาออกมาตรง ๆ ...เขาจูบและขบริมฝีปากของคนเอาแต่ใจหนัก ๆ อย่างยั่วเย้า
“อยากให้ทำแรงแค่ไหน คิริยู” ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเป็นจังหวะเนิบช้า
“บดขยี้ฉัน...” คิริฮาระตอบเสียงกระเส่าพลางขยับสะโพกรับการเคลื่อนไหวนั้น
“หึ...ได้ตามคำขอ”
คิริฮาระปล่อยทั้งตัวและใจไปตามห้วงอารมณ์ ในหัวถูกย้อมเป็นสีแดงฉานด้วยความเจ็บปวดและตัณหาอันเร่าร้อน กอบโกย...สูบกินทุกความรุนแรงที่วายะประเคนให้ เสพสุขจากความพึงใจอันวิปลาส...ราวกับอยู่ในห้วงทะเลคลั่ง กรีดร้องราวกับสัตว์ป่าเมื่อถูกพาไปถึงจุดสุดยอดแห่งความหฤหรรษ์
...เป็นความสุขที่ไม่อาจได้รับจากคนที่รักสุดหัวใจ...และไม่อาจมอบความรู้สึกนี้ให้ได้ แม้จะบอกตัวเองอยู่ทุกขณะจิตว่า...คนที่เขารักที่สุดในชีวิต...คือ...คิโยฮารุ
คิริฮาระพาร่างอันสะบักสะบอมของตัวเองกลับมาถึงห้องพักตอนเกือบตีสาม คืนนี้เขาสนุกมากไปหน่อย วายะเล่นกับเขาสมกับที่อยากมานานและเขาก็ตักตวงเสียเต็มที่ เขาเรียกแท็กซี่กลับมาบ้านพร้อมบาดแผลเต็มตัว
แม้จะไม่ได้ดื่มสักอึกแต่คิริฮาระก็ต้องพยายามบังคับตัวเองให้เดินตรง ๆ ราวกับมึนเมาเต็มที่ เขาไขกุญแจห้องแล้วทิ้งตัวเองลงกับโซฟา...เสพสุขเกินขนาดจนสมองชาไปหมด
เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นข้างหลัง
“ยูคุง...”
คิริฮาระเอี้ยวคอไปดูแล้วนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เขาไม่คิดว่าคิโยฮารุจะอยู่ที่นี่ในคืนนี้
“กลับมาแล้ว คิโยะ” ในที่สุดก็พึมพำออกมาเบา ๆ
“ไม่ใช่กลับมาแล้วนะ นายไปไหนมาถึงกลับเอาป่านนี้ ฉันมารอตั้งนานแล้ว” คิโยฮารุเดินเข้ามาใกล้
“ก็...ทำงานน่ะ” คิริฮาระตอบอ้อมแอ้ม
“นายไม่มีงานช่วงนี้นี่”
“...”
“ไป...กับคนอื่นอีกแล้วใช่มั้ย?” น้ำเสียงนั้นตัดพ้อ
คิริฮาระระบายลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วยกมือขึ้นขยี้ผม ลุกจากโซฟาแล้วเดินไปทางห้องน้ำ
“นายก็ไปกับโฮริงุจิซังมาไม่ใช่หรือไง”
“ก็แค่ทานมื้อเย็น...” คิโยฮารุเถียงด้วยเสียงเบา ๆ
“แค่มื้อเย็น” หางเสียงขึ้นสูงแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “แล้วเดือนนี้นายไปกินมื้อเย็นกับโฮริงุจิซังกี่ครั้งแล้ว?”
“ก็มันเป็นงานนี่”
“ใช่! งาน! นายไปทำงาน ส่วนฉันเลิกเรียนแล้วหนีไปเที่ยวงั้นสิ” น้ำเสียงของนายแบบหนุ่มฉุนเฉียวมากขึ้นทุกที
คิโยฮารุเบิกตากว้าง...คิริฮาระประชดเขา...ทำไม...เขาไม่เข้าใจ...ชายหนุ่มถลันเข้าไปดึงแขนคิริฮาระ
“ยูคุงโกรธอะไรน่ะ?”
“โอ๊ย!” คิริฮาระสะบัดแขนทันที หลังมือของเขาปัดไปโดนหน้าของคิโยฮารุโดยไม่ตั้งใจ “อะ...ขอโทษ”
คิโยฮารุกุมแก้มตัวเองแล้วยืนนิ่ง ดวงตากลมหลุบต่ำ เขารู้ว่าคิริฮาระไม่ได้ตั้งใจ แต่...ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้...ต่างก็ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครูใหญ่ จนในที่สุดคิโยฮารุก็ทำลายความเงียบขึ้นด้วยเสียงเบา ๆ
“ไปได้แผลมาจากข้างนอกอีกแล้วใช่มั้ย...ได้มาจากคนอื่น...”
“เรื่องนั้นมันก็...” คิริฮาระแก้ตัวไม่ออก มันเป็นความจริง ข้อมือที่คิโยฮารุจับเข้าเมื่อกี้มีแผลที่เกิดจากกุญแจมือที่ถูกจับใส่มาตลอดค่ำ เขาอาละวาดดึงจนมันบาดผิวเลือดซิบและเพิ่งจะมาเจ็บเอาตอนนี้
ไม่เพียงแต่ที่ข้อมือ คิโยฮารุกวาดตาสำรวจร่างของผู้เป็นที่รักผ่านเสื้อตาข่าย...แผ่นหลังเนียนขาวเกลือนไปด้วยรอยแส้ ริมฝีปากแดงช้ำ ที่แผ่นอกมีรอยจูบกระจายเปรอะไปหมด และที่ยอดอก...แก้วผลักใสที่ร้อยติดกับห่วงเงินแกว่งไกวอยู่ที่นั่น
“แบบนี้...ยังจะมาว่าฉันอีกเหรอ” น้ำเสียงขมขื่นเค้นออกมาจากลำคออย่างยากเย็น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด
คิริฮาระจี๊ดขึ้นมาในหัวทันที คิโยฮารุกำลังจะร้องไห้...เขาไม่อยากเห็น แต่...อะไรบางอย่างผลักดันให้เขาโผล่งออกไป
“แล้วทีนายออกไปกับโฮริงุจิซัง...กี่หนแล้ว!? กินข้าวงั้นเหรอ กินอะไรกันบ่อย ๆ ! ไม่มีเรียนตอนบ่ายก็ออกไปกับเขา ปากก็บอกว่าจะอ่านหนังสือ แต่ก็ไปกับโฮริงุจิซัง ใช่มั้ย!?”
“ยูคุง!?”
“ไม่ใช่แค่ข้าวเย็น แต่ไปเป็นเพื่อนดื่ม ไปชมดอกไม้ ไปเทศกาลดอกไม้ไฟ! แฮปปี้มาก! หายไปเป็นคืนเป็นวัน อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อยู่กับเขานี่ห้ามติดต่อฉันใช่มั้ย? สำคัญนักใช่มั้ย!?” คิริฮาระแผดเสียงต่อไป เขาควบคุมตัวเองไม่ได้
“ก็แค่ไปเที่ยว ฉันก็บอกนายทุกทีนี่ว่าฉันจะไปไหน โคเซย์ซังก็แค่ขอไว้ให้ปิดมือถือ ก็เลย...” คิโยฮารุพยายามอธิบายแต่อีกฝ่ายไม่ฟัง
“โคเซย์ซัง?...เดี๋ยวนี้เรียกกันแบบนี้แล้วเหรอ สนิทกันขนาดนั้นเลย อ้อ...ใช่สิ คุณพ่อขายาวที่รักนี่นะ คิโยฮารุอยากได้อะไรจะหาให้ ชอบอะไรจะหาให้ หนังสือนอกปกหนังสันทองยกชุดก็หามาให้ได้ เขามีเงินพอจะทุ่มให้นายนี่นะ...แลกมากับอะไรล่ะ!? ถูกใส่ดิลโด้เข้าไปกี่อัน? นายหายกลัวแล้วใช่มั้ย ชอบแล้วสินะ สนุกละสิ”
“ฉันไม่ได้นอนกับเขา!”
“ฉันรู้ว่านายชอบ! คอลเลคชั่นของโฮริงุจิซังมีอะไรให้เล่นตั้งเยอะแยะ คงจะเล่นกันเพลินละสิ...”
คิโยฮารุจ้องคิริฮาระอย่างไม่อยากเชื่อ...ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง...ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...ทำไมคิริฮาระถึงพูดแบบนี้ เขาทำผิดอะไร...เขาก็แค่ทำงานเหมือนที่คิริฮาระทำ ต่อสัญญาแล้วก็ถ่ายแบบ รับรองลูกค้าเหมือนกับที่คิริฮาระก็ทำเสมอ เพียงแต่ลูกค้าของเขามีแค่โฮริงุจิคนเดียวเท่านั้น...เขาก็เล่าให้คิริฮาระฟังทุกอย่าง แล้วทำไมถึงมาพูดแบบนี้...
“เดี๋ยวเขาคงให้ทุนนายไปเรียนต่อนอกแล้วก็ไปกกกันอยู่ที่โน่นละมั้ง ขอแค่ปรนเปรอให้บ่อย ๆ ไปเลือกซื้อของเล่นด้วยกัน...”
“ฉันไม่ได้นอนกับโคเซย์ซัง!!” มือที่กำเกร็งซัดเปรี้ยงเข้าที่กกหูของคิริฮาระหยุดทุกคำพูดลงอย่างฉับพลัน “ฉันไม่ได้มีอะไรกับโคเซย์ซังอีก ได้ยินมั้ย! ฉันไม่ได้นอนกับเขา! ไม่ได้รักเขา!!”
“คิโยะ...” คิริฮาระนิ่งอึ้งกับอาการของคิโยฮารุ
“ฉันไม่มีอะไรกับเขา! ทำไมยูคุงจะต้อง...ทำไม!?” คิโยฮารุทิ้งตัวลงนั่งยกมือขึ้นกุมหัว น้ำตาไหลอาบหน้า
“คิโยะ...ฉัน...” มือเรียวเอื้อมมาแตะไหล่ที่สะท้านด้วยแรงสะอื้น หากูกสะบัดออก
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! อย่าเอามือที่กอดคนอื่นมาแตะต้องฉัน” คิโยฮารุซุกหน้าลงกับเข่าแล้วกอดตัวเองแน่น “ทำไมต้องมาว่าฉันแบบนี้ด้วย ฉันรักยูคุงคนเดียว...แล้ว...ทั้ง ๆ ที่รักมากขนาดนี้ ยูคุงเคยคิดบ้างมั้ยว่าฉันรู้สึกยังไง ตอนที่ยูคุงไปกับคนอื่น ตอนที่ยูคุงได้แผลจากคนอื่นกลับมาน่ะ...ฉันน่ะ...ฉันยังไม่เคยทำให้ยูคุงต้องเจ็บสักครั้งเลยนะ! แล้วยูคุงที่ฉันรักคนนั้นกลับเอาตัวเองไปให้คนอื่นทำร้าย ได้แผล เจ็บตัวกลับมาทุกครั้ง ทำไมล่ะ! ต้องการขนาดนั้นเลยเหรอ ที่ฉันทำให้มันไม่ถึงใจยูคุงใช่มั้ย ฉันมันอ่อนหัด ฉันมันกลัวเซ็กส์...ก็สอนฉันสิ สอนอย่างที่ยูคุงอยากให้ฉันทำ อยากให้ฉันเป็น จะเฆี่ยนตีหรือข่มขืนฉันก็ได้ ได้ทั้งนั้น! แต่อย่าไปให้คนอื่นทำร้ายมาแบบนี้ คิดถึงใจฉันบ้าง...”
“พอ! พอแล้ว คิโยะ พอแล้ว!” คิริฮาระกอดร่างอันเป็นที่รักไว้แนบอก
“ฉันรักยูคุง...แค่ยูคุงเท่านั้น...” เสียงสั่นเครือพร่ำบอกทั้งยังสะอื้น
“ฉันก็รักนาย คิโยฮารุ รักมากที่สุด”
“งั้นก็อย่าทำแบบนี้สิ...อย่าให้คนอื่นทำร้ายยูคุงแบบนี้” ใบหน้าเปื้อนน้ำตาเงยขึ้นมองอย่างจะขอคำสัญญา
ดวงตาคมหรี่แสงลง ปาดเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน “ฉัน...สัญญาไม่ได้ คิโยะ...ฉันทำไม่ได้”
เขาเป็นคนอย่างนี้ ถูกทำให้เป็นอย่างนี้...คุ้นเคยกับการได้รับและปลดปล่อยตัณหาอันเร่าร้อนด้วยความรุนแรงและความเจ็บปวด ถูกทำให้มีความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุด...หากเก็บกลั้นเอาไว้มากกว่านี้...หากมันถึงจุดแตกหัก...เขากับคิโยฮารุ...
“งั้นก็ทำกับฉัน ยูคุงอยากได้อะไรก็บอกฉัน ฉันจะ...” ยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกขัดขึ้น
“ฉันทำไม่ได้!”
“ทำไมล่ะ?” ...ทำไมถึงเป็นเขาไม่ได้...
“กับนายเท่านั้นที่ไม่ได้”
“ทำไม?”
“เลิกถามว่าทำไมเสียทีเถอะ รู้แค่ว่าฉันทำกับนายไม่ได้ก็พอแล้ว” คิริฮาระพยายามตัดบท หากคิโยฮารุไม่ยอม
“ทำกับฉันไม่ได้แต่ทำกับคนอื่นได้ หมายความว่ายังไง...” พลันก็เหมือนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ “เพราะยูคุงสนุกใช่มั้ย สนุกที่จะเปลี่ยนคนไปเรื่อย ๆ เพราะถ้ากับฉันคนเดียวมันน่าเบื่อใช่มั้ย?”
“ไม่ใช่”
“ฉันมันอ่อนหัด สอนให้ตายก็ตอบสนองความต้องการของยูคุงไม่ได้ ไปทำกับคนอื่นมันสนุกถึงใจกว่า ยูคุงถึงได้ไม่อยากทำกับฉันใช่มั้ย?”
“ไม่ใช่!!”
ในพริบตานั้น คิริฮาระเหวี่ยงร่างในอ้อมแขนกดลงกับพื้น ประกบริมฝีปากบดเบียดแนบแน่น ขบกัดริมฝีปากอิ่มรุนแรงบังคับให้เผยอแย้มเพื่อจะรุกล้ำเข้าไปข้างใน ฉกปลายลิ้นร้อนเข้าไปเกี่ยวกวัดช่วงชิงความหวานลึกล้ำอย่างเร่าร้อน บดขยี้จนเรียวปากอ่อนนุ่มชอกช้ำ เป็นจุมพิตที่ดุดันเอาแต่ใจไร้ซึ่งความอ่อนหวานใด ๆ ทั้งสิ้น
คิโยฮารุตื่นตระหนก มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งรับไม่ทัน...คิริฮาระไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน...ความเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้ามา แม้จะไม่มากนักแต่ด้วยความตกใจจึงทำให้หวาดผวา อากาศถูกช่วงชิงไปจนแทบขาดใจ เขาต้องหยุดคิริฮาระเดี๋ยวนี้...
ชายหนุ่มออกแรงผลักคิริฮาระเต็มแรงจนผงะหงาย มือเรียวสะบัดตบซ้ำอีกครั้งเพื่อหยุดให้ชะงัด...ได้ผล คิริฮาระนิ่งไปทันที ดวงตาคมหรุบต่ำ
“ขอโทษ...” คิริฮาระเอ่ยออกมาในที่สุด “ก็เพราะแบบนี้...ถึงไม่ได้”
“...ยูคุง”
“ฉันรักนาย คิโยะ...รักมากจนเจียนคลั่งอยู่แล้ว ฉันภูมิใจในตัวนาย อยากอวดให้ใครต่อใครเห็นว่าคนรักของฉันน่ารักถึงขนาดนี้เชียวนะ...แต่ให้ตายเหอะ พอโฮริงุจิซังเข้ามาใกล้นายมากขึ้นทุกที ฉันก็หวง...หวงจนแทบทนไม่ได้ แต่ฉันเป็นคนผลักดันนายมาจนถึงจุดนี้เอง ฉันถึงทำอะไรไม่ได้ ทั้งที่ใจจริงฉันอยากจะเอานายไว้ใกล้ ๆ ตัว อยากจะเก็บซ่อนนายไว้ไม่ให้ใครได้เห็นอีก จนบางที...” คิริฮาระกลืนก้อนแข็ง ๆ ในคอแล้วตัดสินใจพูด “...บางทีฉันคิดอยากจะฆ่านายทิ้งด้วยซ้ำ เพื่อที่นายจะเป็นของฉันคนเดียวตลอดไป”
คิโยฮารุพูดอะไรไม่ออก เขาไม่เคยคิดว่าคิริฮาระจะเก็บงำความรู้สึกเอาไว้มากมายขนาดนี้
“หลายเดือนมานี้ฉันฝัน...ฝันนับครั้งไม่ถ้วน ว่าฉันข่มขืนนาย ทรมานนาย...แล้วสุดท้ายก็ฆ่านายไปทั้ง ๆ อย่างนั้น ฉันสะดุ้งตื่นมาตัวเย็นเฉียบ มองนายที่นอนอยู่ข้าง ๆ ให้แน่ใจว่าฉันไม่ได้ทำลงไปจริง ๆ ...คิโยะ ฉันรักนายแบบนี้...ถ้าขืนให้ฉันกอดนายอย่างที่ฉันอยากกอดละก็...ฉันคง...” คิริฮาระถอนหายใจยาว เขาพูดออกไปหมดแล้วและหวังว่าคิโยฮารุจะเข้าใจ
ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงมือเย็น ๆ ที่เอื้อมมาแตะข้างแก้ม เขาซบหน้ากับฝ่ามือนั้น
“ยูคุง...ทำกับฉัน อย่างที่ยูคุงต้องการเถอะ”
“คิโยะ! ก็บอกแล้วไงว่าฉัน...” ทำไมถึงไม่ยอมเข้าใจกันนะ
คิโยฮารุส่ายหน้าน้อย ๆ “ทำให้ฉันเป็นของยูคุง ด้วยความรู้สึก...ด้วยความรักทั้งหมดที่ยูคุงมีต่อฉัน ด้วยตัวตนทั้งหมดที่ยูคุงเป็นเถอะ”
“แต่ถ้าฉันพลั้งมือ...”
“ไม่หรอก...ยูคุงจะไม่ฆ่าฉัน ฉันรู้” คิโยฮารุยิ้มบาง ๆ “เพราะยูคุงรักฉัน”
น้ำเสียงของคิโยฮารุช่างอ่อนโยน มันลูบไล้หัวใจที่ร้าวรานเพราะความรู้สึกของตัวเองราวกับจะปลอบโยน...รักหรือ...ใช่ เขารักคิโยฮารุจนหมดหัวใจและรู้สึกผิดทุกครั้งที่ออกไปหาทางระบายความใคร่กับคนอื่น...ไม่ใช่แค่กับวายะ แต่ช่วงนี้เขารับรองแขกไม่เลือกหน้าและไปหาทุกครั้งที่โอโนเสะเรียก...หัวใจของเขาว่างเปล่าด้วยความรักของคิโยฮารุไม่อาจเติมเต็มความต้องการอันบิดเบี้ยวของเขาได้ ยิ่งเมื่อคิโยฮารุถูกโฮริงุงิพาตัวไป ความว่างเปล่านั้นก็ยิ่งขยายตัวออกไปจนเขาควบคุมไม่ได้...แต่ตอนนี้...เมื่อมือนี้โอบประคองเขา เมื่อความรู้สึกของคิโยฮารุโอบอุ้มเขาไว้ เมื่อคิโยฮารุเชื่อมั่นในความรักของเขา...เขาก็จะรักคิโยฮารุอย่างที่เขาอยากจะรัก
“ถ้างั้น...ไปอาบน้ำกับฉันก่อน”
น้ำร้อนถูกเติมเต็มจนเต็มอ่างพร้อมกับผงเกลือบอาบน้ำสีม่วงใสกรุ่นกลิ่นหอมยวนใจ คิริฮาระก้าวลงไปในอ่างและแช่ตัวเองลงไปจนถึงคอ แหงนศีรษะพิงขอบอ่างด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“ลงมาสิ คิโยะ” คิริฮาระเรียกพร้อมกับยื่นมือไปหา
คิโยฮารุยังคงยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างอ