SINLESS # 2

posted on 24 Oct 2009 21:36 by kokuro  in ShortStory

ว่างเว้นไปนานนะครับ...ขอโทษที

ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไรนัก

มาต่อกันแบบกะปริบกะปรอยแล้วกันนะครับ

...

 

งานนั้นไม่ได้ทำให้ไอริดังเปรี้ยงปร้างทะลุฟ้าหรือเปลี่ยนชีวิตตามแบบฉบับนิยายน้ำเน่าอะไรแบบนั้น  แต่ทั้งที่ตั้งใจจะทำงานถ่ายแบบแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว  ก็ดูเหมือนว่านายแบบที่นัดไว้ถ่ายแบบจะขยันป่วยกันเสียเหลือเกิน  ไอริรับงานแทนนายแบบพวกนั้นจนบางทีก็นึกว่ามันเกิดโรคระบาดอะไรขึ้นในหมู่นายแบบหรือยังไงกัน...แต่ก็ดี  อย่างไรเสียก็ได้เงินมากขึ้น  ควบคู่กับที่ทำงานในกองบรรณาธิการไปด้วย  ทั้งเงินเดือนและเงินรายได้พิเศษจากการถ่ายแบบทำให้ไอริสามารถขยับขยายชีวิตตัวเองให้มีสภาพดีขึ้น  จากห้องพักเล็ก ๆ ที่ไม่มีทั้งครัวและห้องอาบน้ำ  ก็สามารถมาอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นต์ที่มีครัวและห้องอาบน้ำในตัวได้

และจากงานถ่ายแบบนี้  ก็ทำให้น้องชายสุดที่รักของเขารู้สึกปลาบปลื้มในตัวเขามากขึ้น

ดังนั้น...ไอริจึงไม่ได้เกลียดงานนายแบบนี้  เพียงแต่...การทำงานกับไคมันทำให้รู้สึกคันมือคันเท้าอยากออกแม่ไม้มวยไทยยังไงชอบกล

"ไค  คุณเป็นตากล้องไม่ต้องมาคอยเทคแคร์อะไรผมมากมายขนาดนี้ก็ได้นะ  บอกเฉย ๆ ก็พอ"  ไอริพูดขึ้นอย่างเหลืออด  เมื่อไคเข้ามาคอยป้วนเปี้ยน  แตะผม  แตะหน้าตอนที่ช่างแต่งหน้ากำลังแต่งตัวให้เขาอยู่ตลอดเวลา  ยิ่งตอนถ่ายแบบยิ่งแล้วใหญ่  มือไม้เหมือนหนวดปลาหมึกไม่ผิด

"ก็ฉันอยากให้งานออกมาดี  แล้วนายก็เป็นเด็กใหม่  เลยต้องช่วยๆ กันดูแลไง"  ไคพูดแล้วก็เสยปอยผมที่ลงมาระอยู่บนใบหน้าขึ้นให้

...ทีนายแบบคนอื่นไม่เห็นจะยุ่งแบบนี้เลยฟะ...ไอรินึกค่อนอยู่ในใจ  เขายอมรับละว่าภาพที่ไคถ่ายนั้นออกมาสวยจริง ๆ  แต่ไอ้วิธีการพูดจากวน ๆ  แถมท่าทางส่อแววแบบนั้น  มันน่าอัดใช่ย่อยเสียเมื่อไร  แถมหลังเลิกงาน  ไคมักจะชอบชวนทุกคนไปดื่ม  แล้วก็หาเรื่องเลี้ยงเขาตลอด  โดยการอ้างเหตุว่าเขาเด็กที่สุด  นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เขารู้สึกไม่ดี

และวันนี้ไคก็ชวนเขาไปดื่มอีกแล้ว  ไอริก็คร้านที่จะปฏิเสธไป  เพราะถึงอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี  ไคจะต้องหาเรื่องลากเขาไปด้วยจนได้ทุกครั้งนั้นแหละ

"ฉันเจอร้านดี ๆ อยู่ที่นึง  วันนี้ไปดื่มกันดีกว่า"  ไคบอกกับไอริในตอนที่นายแบบจำเป็นกำลังล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าออก

"ก็ได้ครับ  แต่ห้ามเลี้ยงผมอีกนะ"

"ขนหน้าแข็งชั้นไม่ร่วงหรอก  เลี้ยงเด็กคออ่อนๆ แบบนายน่ะ"  ไคว่าแล้วก็เดินหัวเราะลั่นสตูดิโอจากไป

...ใครก็ได้  ช่วยเอาหมาออกจากปากหมอนี่ทีเถอะ  ไม่งั้นเขาต้องได้ตะบันหน้าหมอนี่เข้าสักวันแน่ ๆ...

 

ผ่านไปค่อนคืนแล้ว  เหล้าตรงหน้าก็หมดไปหลายแก้ว  แต่ดูเหมือนว่าไคจะยังไม่มีอาการมึนเมาแม้แต่นิดทั้งที่ดื่มเหล้าเพียว ๆ แบบออน  เดอะ  ร็อกมาตลอดแท้ ๆ  ไอริที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เสียอีกที่โดนออน  เดอะ  ร็อกเข้าไปแก้วเดียวก็ถึงกับยกหัวไม่ขึ้น  ได้แต่นั่งฟุบมองไคละเลียดเหล้าในมืออยู่อย่างนั้นมาร่วมชั่วโมงแล้ว

“คุณไม่เมาบ้างเหรอ  ไค?”  ในที่สุดไอริก็ถามขึ้นเบา ๆ เมื่อไคสั่งเหล้ากับบาร์เทนเดอร์เพิ่มอีกแก้ว

“ก็ไม่นี่  นี่ขนาดปกติของฉัน”  ไคบอกพลางยกแก้วขึ้นเขย่าเบา ๆ ให้น้ำแข็งก้อนกลมในแก้วละลายบาง ๆ เพิ่มความเย็นให้น้ำสีอำพันโดยรอบก่อนจะจิบน้อย ๆ  “นายนั่นแหละ  ปกติก็ดื่มแต่เบียร์ตลอดไม่ใช่หรือไง  วันนี้นึกยังไงอยากลองออน  เดอะ  ร็อกขึ้นมา?”

“...เพราะคุณนั่นแหละ”  ไอริงึมงำเบา ๆ ให้อีกฝ่ายไม่ได้ยิน...ที่เขาดื่มออน  เดอะ  ร็อกทั้งที่แทบจะไม่เคยได้ดื่มอะไรนอกจากเบียร์หรือพวกคอกเทลเลยก็เพราะคำพูดของไคที่ว่าเขาคออ่อนนั่นแหละ  นึกแล้วก็เจ็บใจ...ถือว่าอายุมากกว่าจะมาพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ  ให้มันรู้เสียบ้าง  อะไรที่ไคทำได้เขาก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ...คิดแบบนั้นแล้วก็วางมือจากเบียร์หันไปสั่งเหล้าชนิดเดียวกับที่ไคดื่มเป็นประจำ  ลืมตัวไปแล้วว่าที่จริงตัวเองอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะดื่มเหล้าหรือเบียร์ได้ด้วยซ้ำ  ที่มาดื่มกับทุกคนได้ก็เพราะไคซึ่งคุ้นเคยกับเจ้าของร้านดีเป็นคนพูดให้ต่างหาก...และโดนเข้าไปแก้วเดียวก็จอด  ไม่ถึงกับเมาเสียสติอะไร  แต่ยกหัวขึ้นไม่ไหวกันเลยทีเดียว

“...ขี้โกง”

“หา?  อะไรนะ?”  คราวนี้ดันหูดีได้ยินเข้าเสียอีก

“บอกว่าคุณขี้โกง  ทำไมดื่มตั้งเยอะแล้วไม่เมา”

“เพราะฉันไม่ใช่เด็กคออ่อนอย่างนายไง”  คำตอบมาพร้อมกับรอยยิ้มยียวนที่ไอริไม่เคยชอบ

...ไม่น่าถามให้หมอนี่แขวะเอาได้เลย...ไอริทำหน้ายุ่งแล้วหลับตาลง  อีกเดี๋ยวคงจะรู้สึกดีพอจะกลับบ้านได้ละนะ

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้  กระทั่งมือใหญ่ ๆ มาเขย่าปลุก  เด็กหนุ่มถึงได้ลืมตาขึ้น

“เขากลับกันหมดแล้ว  เราก็กลับกันเถอะ”  ไคนั่นเองที่เป็นคนปลุก

“เอ๊ะ  กลับหมดแล้วเหรอ?”  ไอริยันตัวขึ้นจากเคาน์เตอร์ก่อนจะฟุบลงไปอีก  ในหัวหมุนติ้วยังกับขึ้นเครื่องเล่นที่สวนสนุกมาสักยี่สิบรอบอย่างนั้นแหละ

“ไม่ไหวสินะ  เฮ่อ...เด็กก็แบบนี้นะน้า...”  ไคบ่นกับตัวเอง  แต่คนได้ยินเม้มริมฝีปากแน่น...คำก็เด็ก  สองคำก็เด็ก...ไอ้ผู้ใหญ่บ้า  หน้าแก่เกินวัย...  “เอ้า  มานี่”

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง  มือแกร่งก็สอดเข้าใต้วงแขนของเด็กหนุ่มแล้วช้อนตัวให้ลุกขึ้นยืน  จับแขนเรียวพาดไหล่ของเขาแล้วโอบประคองไว้อย่างนั้น

“อ่ะ...ทำอะไร...?”  ไอริจ้องหน้าไคด้วยความตกใจ

“ถ้าแบบนี้ก็พอจะเดินไหวใช่มั้ย?  ไม่เป็นไร  พิงมาเถอะ  กลับให้ถึงบ้านก่อนแล้วกัน”

ไอริได้แต่ซบหัวลงกับไหล่หนาและปล่อยให้ไคพาเดินออกจากร้านมา  ทั้งรู้สึกดีและรู้สึกแย่ไปพร้อม ๆ กัน  บนแท็กซี่  เด็กหนุ่มก็ได้แต่นั่งพิงร่างสูงอยู่อย่างนั้นไปตลอดทาง  เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไคพาไปไหน...แต่ก็คงไม่ใช่บ้านของเขาหละ  ก็ไคไม่รู้จักบ้านของเขานี่นา

แน่นอนว่าเป็นแบบนั้น  ไคพาไอริกลับไปที่แมนชั่นของตัวเอง  ห้องของไคเป็นห้องชุดที่ไม่กว้างมากนักและเรียบง่ายจนน่าแปลกใจ  แต่ก็รกสมเป็นห้องหนุ่มโสด

“ยืนไหวมั้ย?  ไปล้างหน้าล้างตาหน่อยไป  จะได้รู้สึกดีขึ้น”  ตากล้องหนุ่มบอกกับคนในอ้อมแขน  “หรืออยากแหวะบ้างไหม  ถ้าแบบนั้นก็เข้าห้องน้ำ”

“ไม่...แค่มึน”  ไอริบอกก่อนจะค่อย ๆ ผละจากไคแล้วเดินเซแถ่ด ๆ ไปที่ห้องน้ำ

เมื่อกลับออกมาก็พบว่าไคได้ต้มน้ำชงชาเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว  ไม่น่าเชื่อ...คนอย่างหมอนี่ชงชาเป็นด้วย

“ชาร้อน ๆ ช่วยให้หายเมาเร็วนะ  เอ้า  ดื่มซะ  คืนนี้นอนมันที่นี่แหละ  เดี๋ยวเอาเสื้อให้เปลี่ยน”  โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ  ไคก็เข้าไปค้นเสื้อผ้าในห้องนอนออกมาให้

เอาเถอะ...จะยังไงก็ช่าง  ใช่ว่าจะไม่เคยไปค้างบ้านคนอื่นเสียเมื่อไร...ไอริบอกกับตัวเอง  พลางยกชาขึ้นจิบ...อืม...ชาร้อน ๆ นี่ทำให้รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ ด้วย...ไคเองก็ดื่มชาของตัวเองจนหมดแล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า...ดื่มมาขนาดนี้ยังอาบน้ำ  ถ้าเป็นเขาละก็  นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ...ไอริคิด

คืนนั้น...บนเตียงของไค  ไอรินอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา  ไม่สบายตัวเพราะเหล้าก็ส่วนหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งก็คงเพราะเสื้อผ้าของไคที่เจ้าของให้ยืมมา  พอถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นอายของผู้ชายที่นึกอยากตะบันหน้ากันวันละหลาย ๆ รอบแบบนี้แล้ว  มันสงบใจได้ยากยังไงบอกไม่ถูก...และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเด็กหนุ่มรู้สึกได้จากส่วนลึกในหัวใจก็คือ...เขาไม่ได้นอนใกล้ชิดกับใครแบบนี้นานแล้ว  ตั้งแต่ออกจากบ้านมา  แม้จะไปค้างบ้านเพื่อนบ้าง  ก็มักจะนอนที่พื้น  แต่วันนี้ไคบอกให้นอนเสียด้วยกันเพราะไคไม่มีเครื่องนอนสำรอง  เวลาใครมานอนที่บ้านก็นอนบนเตียงเดียวกันแบบนี้ทุกครั้ง...การมีไออุ่นของใครบางคนแนบชิดอยู่ข้างกายแบบนี้  มันทำให้ไอริคิดไปถึงใครอีกคนที่มักจะนอนอยู่ใกล้ ๆ เขาแบบนี้

ยูยะ...น้องชายสุดที่รักของเขา

“นอนไม่หลับเหรอ?”  เสียงห้าวดังขึ้นเบา ๆ ทางด้านหลัง  ทำเอาไอริสะดุ้ง  เขาคิดว่าไคหลับไปแล้วเสียอีก

เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบ  หากคนถามค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกระใบหน้าของเขาออกให้อย่างเบามือ

“ฉันทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า  ที่ทึกทักให้นายค้างที่นี่แบบนี้”

“...เปล่า  ผมแค่ไม่คุ้นกับการนอนกับคนอื่น”  ไอริตอบโดยไม่หันไปมอง

“งั้นฉันไปนอนที่พื้นก็ได้นะ”

“ไม่ต้องหรอก  คุณนอนไปเถอะ  เดี๋ยวผมก็หลับ”  ใช่...ปกติเขาเป็นคนหลับง่ายอยู่แล้ว  เดี๋ยวอีกสักพักก็คงหลับได้เองแหละ

หากร่างสูงไม่ได้กลับลงนอน  เขายังคงลูบไล้เรือนผมหนานุ่มมือเล่นอยู่อย่างนั้น

“มีอะไรในใจหรือเปล่า  ไอดะ?”  นั่นเป็นนาน ๆ ครั้งที่ไคจะเรียกชื่อของอีกฝ่าย

“ทำไมถามแบบนั้น?”

“ฉันเห็น...จากดวงตาของนายที่มองตอบกล้องมา”  ไคเอ่ยเบา ๆ  “อะไรบางอย่างที่นายไม่อยากให้คนอื่นรู้  อะไรบางอย่างที่นายเก็บไว้ในใจคนเดียว...มาตลอด”

ไอรินิ่งอยู่ชั่วครู่  “...คุณไม่ต้องรู้หรอก”

“ไม่อึดอัดเหรอ?”

“ถึงจะอึดอัด  แต่ไม่จำเป็นจะต้องบอกคุณไม่ใช่หรือไง”  คราวนี้เด็กหนุ่มหันมาจ้องตาร่างสูงที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงช่วงแขน  ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับราวกับจะเตือนว่าจะเดือดร้อนแน่หากเข้ามาก้าวก่ายมากกว่านี้

“...นายอยากบอกใครสักคน  ไอริ...อยากบอกใครสักคนมาตลอด  อะไรบางอย่างที่นายซ่อนเอาไว้  อะไรบางอย่างที่นายรู้สึกผิด”

มือเรียวคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระชาก  “หุบปากนะ!!

ริมฝีปากอิ่มใต้หนวดครึ้มกระตุกยิ้มน้อย ๆ  “ฉันแทงใจดำเข้าสินะ  ถึงได้ร้อนรนถึงขนาดนี้”

“ไค  คุณ...!!

ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้น  ริมฝีปากอุ่นก็ฉกวูบลงมาประกบปิดเรียวปากอิ่ม  บังคับให้เก็บกลืนทุกถ้อยคำที่คิดจะพูดกลับไปในลำคอ

ไอริดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างของไค  ถูกขโมยจูบแบบไม่ให้ตั้งตัวแบบนี้ทำให้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก  แต่ก็มีสติพอที่จะต่อต้าน  หากเรี่ยวแรงที่พยายามผลักไสไปดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับไคเลย

แต่จูบนั้นก็ไม่ได้ล่วงล้ำเข้ามาและไม่ได้เคล้าคลออยู่นานนัก  ผู้ร้ายขโมยจูบก็ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออก  และยกมือขึ้นรับกำปั้นลุ่น ๆ ที่เจ้าตัวกะเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องตามมา

“ไอ้หมาบ้า!!  กล้าดียังไงทำอย่างนี้วะ!!”  ไอริตะโกนใส่หน้าพลางพยายามดึงมือออกจากการจับกุมไว้

“แค่จูบน่า  อย่าบอกนะว่าไม่เคย”  ไคแค่ยิ้มกวน ๆ ตามนิสัย

“ไอ้...”  อีกมือที่ว่างอยู่ปล่อยหมัดออกไปหมายจะให้ซัดไอ้รอยยิ้มกวนอารมณ์นั่นให้ยิ้มไม่ออกเข้าเสียทีหนึ่ง  แต่ไคก็คว้ามือเขาเอาไว้ได้อีก

“ใจเย็น ๆ น่า  ไอริ  ฉันแค่ทำให้นายเลิกด่าฉันเท่านั้นเอง”  พูดแล้วก็แนบริมฝีปากลงมาอีกก่อนที่ไอริจะได้โวยวายอะไรต่อ

“อื๊อ...”  เด็กหนุ่มได้แต่ส่งเสียงทักท้วงอยู่ในลำคอ  หากจูบของไคไม่เร้าหรืออยู่นาน  ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างนุ่มนวล

“จะเลิกโวยวายได้หรือยัง  เจ้าเด็กดื้อ”

“อย่าให้ผมหลุดไปได้นะ  ผมเล่นคุณแน่”  ไม่เพียงแต่คำพูด  หากดวงตาที่จ้องมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อบอกชัดว่าคนพูดเอาจริง...เป็นดวงตาที่ทำให้สะท้านวาบเอาได้ง่าย ๆ  หากไคยังคงยิ้ม...นี่แหละ  ความดุดันที่เขาได้เห็นมาตลอดนับตั้งแต่การถ่ายแบบครั้งแรก

“ไอริ...”  ตากล้องหนุ่มแนบริมฝีปากร้อนเข้าที่หน้าผากมนสวย  “จะไม่ลองพูดออกมาดูเหรอ  เผื่อว่ามันจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอย่างที่นายคิด”

ไอริเม้มปากแน่น  ผู้ชายคนนี้พูดอะไร...กำลังจะหลอกล่อให้เขาพูดอะไร...ความลับที่เขาเก็บงำเอาไว้ในใจมาตลอด  จะให้เขาพูดออกไปงั้นเหรอ  คิดว่าตัวเองเป็นใคร...

“ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ  แล้วก็ปล่อยได้แล้ว  ผมจะนอนเสียที”

“แล้วก็จะนอนไม่หลับ  เพราะคิดถึงใครบางคน...แล้วก็รู้สึกผิดที่คิดถึงเขาอีก...ใช่ไหม?”

...เกลียด...เกลียดหมอนี่...เกลียดหมอนี่ที่สุด...ไอริร้องอยู่ในใจ  ทำไมไคถึงได้รู้ไปหมดนะว่าเขาคิดอะไรอยู่  เขาไม่เคยพูด  เขาไม่เคยทำตัวสนิทสนมกับหมอนี่  ก็แค่ร่วมงานกัน  เป็นตากล้องกับนายแบบ  เป็นตากล้องกับเด็กยกไฟ  เคยดื่มด้วยกันไม่เท่าไร  ไม่ได้สนิทสนมขนาดจะเรียกว่าเพื่อนร่วมงานด้วยซ้ำ...แล้วมันเรื่องอะไร  ทำไมไคถึงได้รู้เรื่องที่เขาเก็บงำเอาไว้ในใจมาตลอดได้  รู้ได้ยังไงว่าเขารู้สึกผิดกับอะไรบางอย่างในใจ  รู้ได้ยังไง...

อย่า...อย่าล่วงล้ำเข้ามาในหัวใจเขามากกว่านี้  อย่ามาขุดคุ้ยสิ่งที่เขาพยายามลืมมาตลอดได้ไหม...อย่ามาทำให้เขารู้สึกทรมานมากไปกว่านี้เลย

“ถ้าจะพูดอะไรมากกว่านี้...ก็ให้ผมกลับบ้านเถอะ”  ไอริไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแบบไหน  แต่คนที่คร่อมอยู่เหนือร่างของเขาถึงกับสลดวูบ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ  ไอดะ  ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายรู้สึกไม่ดีขนาดนี้นะ”

“คุณ...ทำไปแล้ว”  ไอริว่าพลางดึงมือออกจากการเกาะกุม  ซึ่งคราวนี้หลุดมาได้ง่าย ๆ เพราะอีกฝ่ายยอมปล่อยโดยดี

“ขอโทษ...”

ขอโทษงั้นเหรอ...ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของผู้ชายคนนี้  ผู้ชายที่หาเรื่องแขวะกัดเขาได้ตลอดเวลาคนนี้...ขอโทษเขางั้นหรือ...

“อย่าร้องไห้นะ”

ร้องไห้อะไร...เขาไม่ได้ร้องไห้...ไคพูดบ้าอะไร...

หากร่างสูงแนบริมฝีปากลงมาจูบซับหยาดน้ำที่ปลายหางตาให้อย่างแผ่วเบา  แล้วค่อย ๆ ขยับพรมจูบไปทั่วใบหน้า...แผ่วผิว...อ่อนโยน...และอ่อนหวาน...เป็นสัมผัสที่ไอริไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผู้ชายอย่างไคจะทำได้  แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  ไอริกลับไม่ได้ต่อต้าน  หากหลับตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ

 

เด็กหนุ่มรู้อยู่เต็มอกว่าถ้าหากไม่หยุดเสียตอนนี้  ทุกอย่างจะต้องเลยเถิดแน่นอน...แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามไค  เขาปล่อยให้ไคทำตามใจชอบทุกอย่าง  เรียวปากรุมร้อนที่แนบจุมพิตลงมาครั้งแล้วครั้งเล่ากระตุ้นให้ห้วงอารมณ์ลี้ลับบางอย่างโหมกระพือ  ไอริไม่ได้ไร้เดียงสาเสียจนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้  แต่เพราะรู้...ถึงได้ยอมให้ไคพาเขาไปสู่จุดนั้น  ก็ในเมื่อไคเป็นคนทำให้เขารู้สึกแย่ถึงขนาดนี้แล้ว  ก็ควรจะเป็นคนทำให้เขารู้สึกดีถึงที่สุดไม่ใช่หรือ

ไอริปล่อยหัวใจและความรู้สึกให้เพลิดไปกับห้วงแห่งความปรารถนา  บิดกายเร่าเมื่อถูกโพรงปากอุ่นร้อนเข้าครอบครองส่วนที่อ่อนไหวที่สุด  มือเรียวขยุ้มเรือนผมสีดำยาวของไคแล้วกดเข้าหาตัวอย่างเรียกร้อง  จนในที่สุดก็พรั่งพรูทุกความต้องการออกมา

“หวาน...”  ไคพึมพำขึ้นเบา ๆ หลังจากเก็บกลืนทุกหยาดหยดของเด็กหนุ่มเข้าไป

“...อย่ามาโกหก  ไอ้ของพรรค์นั้น...มันจะหวานได้ยังไง”

“เคยชิม?”

“แหงอยู่แล้ว...ไม่งั้นจะยอมให้คุณทำแบบนี้เหรอ”

ไคทอดสายตามองร่างที่นอนระทดระทวยด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการปลดเปลื้องอารมณ์ไปเมื่อครู่แล้วยิ้มบาง ๆ...เจ้าเด็กนี่ดื้อจริง ๆ  ทั้งที่เมื่อกี้ครางเสียหวานขนาดนั้น  พอเสร็จเรียบร้อยก็ปากดีได้อีกแล้ว

“มีแฟนแล้ว?”  ไม่ถามเปล่า  หากยังก้มลงไปจูบระไปตามดวงหน้าหวาน

“ก็ไม่เรียกว่าแฟน  แค่นอนด้วยกัน”

“นอนกับคนอื่นมากี่คนแล้ว?”  ริมฝีปากซุกซนไล้ลงมาถึงอกบางที่แอ่นขึ้นรับสัมผัสของเขาทันที

“จะกี่คน...ก็ไม่ใช่ธุระของคุณนี่นา”

“อยากรู้...”  ก็ในเมื่อการตอบสนองดีถึงขนาดนี้  คงไม่ใช่แค่คนสองคนละมั้ง  “แล้วก็อยากรู้ด้วยว่า...เคยโดนทำมากกว่านี้หรือเปล่า”

ยังไม่ทันที่ไอริจะได้ตอบอะไร  ปลายนิ้วสากกร้านก็แตะลงกับช่องทางเร้นลับแล้วขยี้คลึงเบา ๆ

“ฮึก...อ่ะ...”  เด็กหนุ่มผวาเกร็งขึ้นทั้งตัว

“ว่าไง  เคยมั้ย?”

“...เคย...”  ไอริตอบพลางหลบตา

“จริง?”

“นี่...ถ้าจะทำ  ก็ไม่ต้องถามมากได้มั้ย”  ดวงตาที่หรุบหลบด้วยความเขินอายเมื่อกี้กลับมาจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออีกครั้ง

“ครับ ๆ...ไม่ถามแล้ว”  พูดแล้วก็ผละไปเปิดลิ้นชักของชั้นข้างหัวเตียง  ควานหาอะไรกุกกักอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาได้  “ว้า...มีแค่ไอ้นี่นะ  ได้มั้ย?”

ไอริจ้องซองคอนด้อมในมือไคอย่างงุนงงนิดหน่อย  “แล้ว...ยังไง?”

“ไม่มีเจลช่วย  ไม่เป็นไรนะ?”

“...คงงั้น”  ไหน ๆ ก็จะทำอยู่แล้ว  จะถามทำไมก็ไม่รู้

“หึ...เจ็บก็...ร้องดัง ๆ แล้วกัน”  พูดจบก็ชิงจูบเข้าที่ริมฝีปากอิ่มเสียก่อนที่ไอริจะได้โวยวายอะไรเกี่ยวกับคำพูดของเขาอีก

และหลังจากนั้น  ไคก็ไม่เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มได้พูดอะไรอีกนอกจากส่งเสียงครางเครือด้วยความหวามหวิวในอารมณ์  ไอริตอบสนองทุกสัมผัสที่ไคมอบให้อย่างเร่าร้อน  ไม่ว่าจะด้วยมือหรือริมฝีปาก  หากเป็นจุดที่พึงพอใจแล้วละก็  ไอริจะขยับเข้าหาอย่างเรียกร้องอย่างคนที่คุ้นเคยในเชิงกาม

เจลหล่อลื่นน้อยนิดในซองคอนด้อมถูกนำมาใช้ช่วยขยับขยายช่องทางเร้นลับที่หุบแน่นราวกับดอกตูม...แล้วแบบนี้จะให้เชื่อได้ยังไงว่าเคยผ่านมือใครมาแล้ว  ถึงการตอบสนองทางกายอื่นใดจะบอกชัดว่าเคยผ่านเรื่องแบบนี้มามาก  ก็ใช่ว่าจะเคยถูกล่วงล้ำมาไม่ใช่หรือไง...แต่ในเมื่อฝ่ายที่ถูกกระทำไม่ได้ห้าม  ไคก็ไม่คิดจะหยุด

ในตอนที่ร่างอันแข็งขืนแทรกกายเข้ามา  ไอริก็กรีดเสียงด้วยความเจ็บปวด  เรียวเล็บจิกลงกับแผ่นหลังที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อได้รูปเพื่อระบายความรวดร้าว  สิ่งที่รุกล้ำเข้ามารุมร้อนและคับแน่นจนแทบหายใจไม่ออก  อีกฝ่ายคงรู้ดีถึงความทรมานของเขา  จึงค่อยประโลมจูบไปทั่วเพื่อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดให้  แล้วความเครียดขึงทั้งมวลก็หายไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อร่างนั่นล่วงล้ำเข้ามาจนสุดทาง  หากที่ตามมาคือความร้อนแรงที่แทบจะเผาผลาญเด็กหนุ่มให้กลายเป็นจุล

เซ็กส์ของไคเร่าร้อนและดุดัน  ทุกลีลาการเคลื่อนไหวกระชากอารมณ์ของไอริให้กระเจิดกระเจิง  แต่แม้จะหนักหน่วงถึงขนาดนั้น  ก็ไม่ได้รุนแรงจนทำให้เจ็บปวดแต่อย่างใด  หนำซ้ำยังทำให้ผู้ที่ถูกครอบครองพึงพอใจอย่างประหลาด

“เจ็บหรือเปล่า?”  เสียงห้าวต่ำถามมาปนหอบกระเส่า  พลางดึงจังหวะให้เนิบช้าลง

“...ไม่...ไม่เป็นไร  ต่อสิ...”

“ชอบแบบนี้เหรอ?”

ไอริไม่ตอบหากโอบรั้งลำคอของร่างสูงลงมาแตะจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปาก  ไคคลี่ยิ้มบาง ๆ...เจ้าเด็กปากแข็ง  แต่ก็น่ารัก...

“เคยทำเรื่องแบบนี้มาแล้ว...ไม่น่าจะมีอะไรให้รู้สึกผิดได้เลยนะ”  พูดพลางก็ขยับสะโพกเข้าออกช้า ๆ แต่หนักหน่วง

“อึ่ก...มะ...มันไม่เหมือนกัน...”

“ก็ที่ทำอยู่นี่มันก็ผิดไม่ใช่หรือไง”  ...ถ้าในแง่ศีลธรรมละก็นะ...

“ไม่...เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”  ไอริแหวเอาอย่างขัดใจ

“หึ ๆ...ไม่พูดก็ได้  แต่ช่วยส่งเสียงเพราะ ๆ ให้ฟังอีกหน่อยได้มั้ย”

ขาดคำก็โถมกายเข้าหาชนิดไม่ให้ตั้งตัว  ประเคนความเร่าร้อนราวกับเพลิงลาวาเข้าหาร่างเพรียวอย่างหนักหน่วง  ไอริดิ้นทุรนอยู่ใต้ร่างสูง  ได้แต่ส่งเสียงครวญครางไม่ขาดปาก  ในหัวถูกย้อมเป็นสีขาวโพลนด้วยไฟราคะที่โหมกระพือราวกับไม่มีวันมอดดับ  สองขาเกี่ยวกวัดสะโพกหนาเปิดทางรับเอาทั้งหมดของไคเข้าสู่ร่างของตนอย่างเต็มที่  เรียวแขนทั้งสองโอบกอดร่างสูงไว้แน่น  กดเล็บจิกกรีดแผ่นหลังกว้างเป็นระยะเพื่อบรรเทาความกระสันเสียวที่ทวีขึ้นทุกขณะ

แล้วปลายทางแห่งห้วงอารมณ์ก็เดินทางมาถึง  ในชั่วขณะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด  ไอริรู้สึกได้ถึงริมฝีปากอุ่นร้อนที่แนบจุมพิตลงบนริมฝีปากของเขา  อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างของเขาเข้าหาตัวราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน  ก่อนที่โลกทั้งโลกจะดับวูบลง...

 

มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น ๆ แตะซับลงบนใบหน้า  พอลืมตาขึ้นก็เห็นไคนั่งอยู่ข้างเตียงและค่อย ๆ เช็ดตัวให้เขาอย่างอ่อนโยน

ผู้ชายที่หยาบกระด้างและปากเสียคนนั้น...อ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ...

บางที...ถ้าเป็นผู้ชายคนนี้...เขาอาจจะพูดออกไปได้ก็ได้

“ไค...”

“อ้าว  รู้สึกตัวแล้วเหรอ?  อยู่ ๆ ก็วูบไป  ตกใจหมด”

“...คุณบอกว่ามันไม่ผิดใช่มั้ย?”

“หือ?  เรื่องอะไร?”

“เซ็กส์...กับผู้ชายด้วยกัน”

“หึ ๆ ๆ...ไม่ผิดหรอก  นายก็มีความสุขไม่ใช่เหรอ?”  ถ้าบอกว่าผิด...เขาก็ผิดด้วยสินะ

“...แล้วถ้า...อีกฝ่าย...”  ดวงตาสีเข้มไหววูบอย่างลังเล...จะพูดออกไปได้ไหมนะ...ถ้าพูดออกไป...ทุกอย่างที่เขาอุตส่าห์เก็บงำเอาไว้...ตัวตนของเขาจะถูกทำลายหรือเปล่า

ไครู้สึกได้ถึงความหวั่นไหวนั้น...และนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาสัมผัสได้มาตลอด  เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างที่อยากบอกใครสักคน  แต่ไม่กล้าจะพูด...มันคงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากในความรู้สึกของเจ้าตัวเอง...ถ้าจะช่วยแบ่งเบาอะไรได้  เขาก็ยินดีรับฟัง

“พูดออกมาเถอะ  ถึงฉันไม่เห็นด้วยยังไง  ฉันก็ไม่บอกใครหรอก  เห็นฉันปากหมาแบบนี้แต่ฉันก็ปากหนักนะ”

“หึ...บ้า”  คำพูดของไคทำให้ไอริอดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ใช่  บ้า...ไหนลองเล่าให้คนบ้าคนนี้ฟังซิ...มีอะไรทุกข์ใจเหรอ?”  มือใหญ่ลูบเรือนผมหนานุ่มอย่างอ่อนโยน

“ไค...ผม...รักน้องชายตัวเอง...”

เพียงแค่นั้นก็เหมือนเปิดสวิตช์  เรื่องราวทั้งหมดพรั่งพรูออกมาจากปากของเด็กหนุ่มอย่างหยุดไม่ได้...เขาหลงรักซึคาสะ  ยูยะ...น้องชายต่างพ่อของตัวเอง  ยิ่งยูยะเข้าใกล้เขาด้วยความไร้เดียงสา  เขาก็ยิ่งอึดอัดทรมานจนแทบบ้า  สุดท้ายก็ต้องออกจากบ้านมาก่อนที่จะพลั้งมือทำอะไรร้ายแรงลงไป...แต่แม้จะทำอย่างนั้น  ความรู้สึกที่มีต่อผู้เป็นน้องก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย...เขารู้ว่ามันผิด  และก็กลัวว่าใครจะมาล่วงรู้ความรู้สึกของเขาเข้า...ความกลัวนี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยพูดค่อยจา  ไม่กล้าที่จะยุ่งกับใคร...แต่ความต้องการทางกายเป็นเรื่องเกินระงับ  ตั้งแต่ออกมาอยู่คนเดียว  เขาก็หาคู่นอนเรื่อยไปทั้งชายและหญิง...และทุกคนล้วนแต่มีส่วนคล้ายน้องชายสุดที่รักทั้งสิ้น...มีบ้างที่ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ  เพราะเผลอตัวลืมไปว่าอีกฝ่ายไม่ใช่น้องชายแถมยังเป็นผู้ใหญ่กว่า  แต่ในเมื่อรู้สึกดีก็ไม่ได้แย่อะไรนัก  เพียงแต่ไม่บ่อยนักที่เขาจะยอมรับบทนั้น...ไอริใช้ชีวิตแบบนี้มาจนกระทั่งไคเข้ามายุ่งกับเขา

ตลอดเวลาที่ไอริพูด  ไคเพียงแต่รับฟังอยู่เงียบ ๆ  พยักหน้ารับและคอยปาดเช็ดน้ำตาให้...ทรมานมามากสินะ  ถึงขนาดกลั่นออกมาเป็นน้ำตาแบบนี้...กระทั่งไอริเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง  ชายหนุ่มถึงได้เอ่ยขึ้นเบา ๆ

“ไอริ...มันไม่ผิดหรอกนะ...ถ้าหากนายรักเด็กคนนั้นอย่างบริสุทธิ์ใจ  ไม่มีอะไรผิดหรอก”

 

จากค่ำคืนนั้นคือจุดเริ่มต้นของการคบกับไค...ไอริก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ยอมคบกับไคเหมือนกัน  ทั้งที่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคบกับใครจริงจัง  ไคเป็นคนแรกที่ได้ชื่อว่าเป็น  “คนรัก”  ของเขา...ถึงแม้จะไม่รู้เหตุผล  แต่จะพูดว่าเพราะไคกุมความลับของเขาเอาไว้ก็ไม่ใช่  เพราะไคไม่เคยปริปากเรื่องนี้ออกไปเลยจริง ๆ

การเป็นคนรักของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นหรือมีความสุขอะไรมากมายนัก  ต่างก็มีเรื่องให้โต้เถียงและทะเลาะเบาะแว้งกันไม่ได้ว่างเว้น  ไคเองก็ปากร้ายและไอริก็หัวดื้อ  เป็นคนเอาแต่ใจสองคนที่คบกันได้ยาวนานจนคนรอบข้างก็แปลกใจ...ชื่อ  “ไอริ”  นี้ไคก็ทึกทักตั้งให้  บอกให้ใช้เป็นชื่อนายแบบ  ซึ่งไอริไม่ได้เห็นด้วยเลยสักนิด  ค่าที่มันน่ารักเกินไปในความรู้สึกของเขา...แต่...ยูยะก็ดันชอบเสียอีก

แต่ทั้งที่คบกันอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ แบบนี้  ไอริก็ชอบที่จะอยู่กับไค  จากจุดเริ่มต้นนั้นผ่านมาได้สามปีแล้ว  ไคไม่เคยเปลี่ยนไปเลย  ไคยังคงหาเรื่องแขวะกัดเขาได้ตลอดเวลา  และในยามที่เขาซึมเศร้าเรื่องน้องชายจนถึงขีดสุด...ไคก็ยังยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและบอกเขาอยู่เสมอว่า...มันไม่ผิด...

คำพูดของไคช่วยประคับประคองความรู้สึกของเขามาตลอด  ดังนั้น...ถึงคนเดียวที่เขารักจะเป็นน้องชาย...แต่เขาก็ชอบไค

...

  TBC.